ในโลกของการทำธุรกิจ ผมมักจะถามเจ้าของบริษัทเสมอว่า...
ถ้าวันนี้ ตัวหลักของบริษัทไม่อยู่ บริษัทคุณมีแผน BCP (Business Continuity Plan) มั้ย?
เรามักจะประกันเครื่องจักร ประกันออฟฟิศ ประกันสินค้า เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้ไม่สะดุดในวันที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน
แต่พอผมลองกลับมามองหน่วยย่อย ที่เรียกว่าครอบครัว หลายคนกลับลืมทำแผนความต่อเนื่องนี้ให้กับตัวเอง... ในฐานะ "CEO ของบ้าน"
หลายคนดูแลพนักงานเป็นร้อยคนให้มีรายได้ แต่เราอาจเผลอลืมสร้าง ระบบสำรอง ให้ตัวเองในวันที่เครื่องยนต์หลักล้า
ลองคิดภาพนี้ดู
ถ้าวันหนึ่ง CEO "ลาออกถาวร" จากโลกนี้กะทันหัน...
รายได้ที่เคยไหลเข้าบ้าน → 0
รายจ่าย Fixed Cost (ค่าเทอมลูก / ค่าผ่อนบ้าน / สวัสดิการพ่อแม่) → ยังวิ่งอยู่ 100%
ทุนประกันชีวิต คือ "การจ้างพนักงานสำรอง"
การทำ Family Income Protection (ทุนประกันชีวิตสูง) สำหรับผม ไม่ใช่การซื้อความตาย แต่มันคือการ "จ้างพนักงานสำรอง" ที่ชื่อว่าเงินทุนประกัน
สมมติทุนประกัน 10 ล้าน...
ไม่ใช่แค่ตัวเลขก้อนหนึ่ง แต่มันคือการ จ้างตัวเอง ให้มาจ่ายเงินเดือนให้คนข้างหลัง เดือนละ 80,000+ บาท ต่อเนื่องไปอีก 10 ปี เพื่อให้ระบบทุกอย่างที่เราสร้างมา ยังคงหมุนต่อไปได้แบบ Automatic
วันนี้ผมไม่ได้มาชวนให้เรากังวล แต่อยากชวนมารีวิว ตาข่ายรองรับชีวิต ของคนข้างหลังดูสักนิดครับ
โครงสร้างที่มีอยู่ตอนนี้ แบกรับความเสี่ยงได้ถึงจุดไหน? ไม่ใช่แค่เพื่อความมั่งคั่ง แต่เพื่อ ความสงบทางใจ ของ CEO อย่างคุณ
