ช่วงหลังมานี้มีเพื่อนหลายคนทักมาปรึกษาเรื่องเดียวกัน ทั้งรุ่นเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง ต่างบ่นว่าหางานยาก ไอ้เราที่เคยทำงานด้านทรัพยากรบุคคลมาก่อน เริ่มเห็น pattern บางอย่างชัดขึ้นเรื่อยๆ
และที่น่าสนใจคือคนที่เจอปัญหานี้ไม่ใช่เด็กจบใหม่ แต่เป็นคนทำงานระดับ Middle ถึง Senior อายุช่วง 30 กลางๆ – 40 ต้นๆ
กลุ่มคนที่ประสบการณ์เข้มข้น เนื้อหอมในสมัยก่อน คนที่ตลาดแย่งตัวกัน Head Hunter โทรหาบ่อย LinkedIn มีเมลทาบทามแทบทุกเดือน
แต่วันนี้...
เงียบ
เงียบจนผิดปกติ
บางคนถูกเลิกจ้างเพราะ Restructure บางคนตำแหน่งหายไปเลย เพราะงานถูก Automation ไม่ก็ Redundant หายไปแล้ว
รุ่นพี่ท่านหนึ่ง ทำงานบริษัทข้ามชาติมาตลอด อายุ 50 กว่า เข้าโค้งสุดท้ายของชีวิตการทำงาน เดือนที่แล้วเพิ่งเซ็นต่อสัญญา สัปดาห์นี้บริษัทแจ้งว่า... ยกเลิก
ไม่ใช่เพราะทำงานไม่ดี แต่เพราะ ตำแหน่งหายไป
บริษัทข้ามชาติมี layoff เป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เมืองไทย เป็น trend ระดับ Global / Region ทุกภาคส่วน และตอนนี้ มันเริ่มเกิดกับบริษัทไทยมากขึ้น และอาจจะกลายเป็น New Normal ในไม่ช้า
เด็กจบใหม่ก็หนักไม่แพ้กัน มีน้องบางคนมาปรึกษา โปรไฟล์ดีมาก จบมหาวิทยาลัยดีจากต่างประเทศ กิจกรรมดี skill set ยาวเหยียด แต่ก็ยังไม่มีวี่แววได้งาน การแข่งขันมันสูงขึ้นจริง
ตัวแปรที่ทุกคนพูดถึงคือ AI มันไม่ได้แค่เปลี่ยนวิธีทำงาน แต่มันกำลังทำให้หลายตำแหน่งอาจไม่จำเป็นเหมือนเดิม
ไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพื่อให้กลัว แต่เพื่อบอกว่า
สิ่งที่หลายคนกำลังเจออยู่ มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
มันคือการเปลี่ยนของตลาดแรงงาน ที่กำลังเกิดขึ้น
ความมั่นคงจากงานประจำอย่างเดียว มีสัญญาณชัดเจนว่าเริ่มไม่พอแล้ว
3 สิ่งที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ ในโลกแบบนี้
1 เงินสำรองฉุกเฉิน
อย่างน้อย 6–12 เดือน ของค่าใช้จ่าย เพื่อให้เรามีเวลาตั้งหลัก
ถ้าใช้เดือนละ 40K → ต้องมี 240K
ถ้าใช้เดือนละ 200K → ต้องมี 1.2 ล้าน
2 มากกว่าหนึ่งแหล่งรายได้
ไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจใหญ่ แต่อย่าพึ่งรายได้จากที่เดียว
3 มี Back-up plan
บางอย่างในชีวิตเราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราควบคุมได้ว่า ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว เราจะรับมือยังไง
โลกการทำงานกำลังเปลี่ยนเร็ว และความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ในตลาดทุนหรือเศรษฐกิจอีกต่อไป บางครั้งความเสี่ยงก็อยู่ในงานประจำที่เราคิดว่ามั่นคง
ต่อให้ชีวิตสะดุดจริงๆ เรายังมีพื้นที่ให้ตั้งหลักได้
ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกนาที
