ความน่ากลัวของการเป็น "คนเก่ง" คือเราเผลอแบกโลกทั้งใบไว้... จนลืมไปว่าเราก็เป็นแค่คนธรรมดา
สงกรานต์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาส Reflect หลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเคสของลูกค้าหลายๆ ท่านที่ผมได้ดูแล
เกือบทุกคนมีรายได้แตะเลข 6-7 หลัก และมี Standard ในการใช้ชีวิตที่สูงมาก พวกเราทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวได้ไปทริปดีๆ อยู่ในบ้านที่ปลอดภัย และมีไลฟ์สไตล์ที่คู่ควรกับหยาดเหงื่อที่เสียไป
แต่เชื่อไหมครับ... ยิ่งสร้างอาณาจักรให้ใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ หลายคนกลับแชร์ให้ผมฟังเหมือนกันว่า ยิ่งทำงาน กลับยิ่งพักได้ยากขึ้นเท่านั้น
มันเป็นความรู้สึกที่บอกใครไม่ได้ ว่าเรากำลังวิ่งอยู่บนสายพานที่หยุดไม่ได้ เพราะเราคือ ฟันเฟืองตัวหลัก ถ้าเราหยุด ระบบทุกอย่างที่สร้างมา ไม่ว่าจะเป็นค่าเทอมลูก ค่าผ่อนบ้าน หรือสวัสดิการของพ่อแม่ อาจจะรวนไปทั้งหมด
เรากำลังใช้ชีวิตแบบ "High Performance" แต่ลึกๆ กลับรู้สึก "Vulnerable" หรือเปราะบางอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อ Wealth บดบัง Peace of Mind
ที่ผ่านมา เราอาจให้ความสำคัญกับคำว่า "ความมั่งคั่ง" (Wealth) จนหลงลืมคำว่า "ความสงบทางใจ" (Peace of Mind)
เรากังวลกับตัวเลขในพอร์ต แต่เราลืมดูว่า "รอยร้าว" เล็กๆ ในแผนชีวิตคืออะไร
เราดูแลพนักงานเป็นร้อยคน แต่เราลืมสร้าง "ระบบสำรอง" ให้ตัวเองในวันที่เครื่องยนต์ล้า
เรากลัวตลาดหุ้นติดลบ... แต่ลืมไปว่าการไม่มี ตาข่ายรองรับชีวิต คือการลงทุนที่เสี่ยงที่สุด
ถอยออกมามองภาพใหญ่
การกลับมาทำงานหลังหยุดยาวครั้งนี้ ผมจึงไม่อยากชวนให้เราแค่ "เริ่มหาเงินกันใหม่" แต่อยากชวนให้ลอง ถอยออกมามองภาพใหญ่ ดูสักนิดครับ
ลองถามตัวเองดูว่า... ถ้าวันนี้เราเลือกที่จะ พัก ระบบที่เราสร้างไว้มันเลี้ยงตัวเองได้หรือยัง? มันสามารถส่งต่อความสุขให้คนที่เรารักได้แบบ Automatic หรือเปล่า?
การใช้ชีวิตที่เหนือกว่า ไม่ใช่การมีเงินเยอะที่สุด แต่คือการที่รู้ว่า ต่อให้โลกจะหมุนไปทางไหน ทุกอย่างที่เราสร้างมาจะยังคงตั้งอยู่ได้ โดยที่เราไม่ต้องแบกไว้ตลอด
ขอให้เป็นการเริ่มต้นหลังปีใหม่ไทย ที่เต็มไปด้วย สติ และ ความอุ่นใจ นะครับ ไม่ใช่แค่รวยขึ้น แต่ต้อง "เบาสบาย" ขึ้นด้วย
