ปัจจัยที่มักจะมีผลต่อสินค้าทางการเงิน เน้นๆ เลยคือ ระยะเวลา ผลตอบแทน และความเสี่ยง แน่นอนว่าประกันบำนาญก็ไม่ต่างกัน แต่ละแผนให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ หรือคุณสมบัติของแต่ละแบบ มาดูกันครับไอ้เจ้าพวกนี้ มันส่งผลต่อประกันบำนาญยังไงบ้าง
ก่อนอื่น เผื่อใครยังไม่คุ้นว่าไอ้ประกันบำนาญ นี่มันทำงานยังไง? แบบย่อๆ นะครับ
Concept ของประกันบำนาญ 👉 เก็บเงินตั้งแต่ปัจจุบัน โดยที่จะมีความคุ้มครอบชีวิตไปจนถึงก่อนเกษียณ หลังเกษียณจะทยอยจ่ายเงินคืน (การันตี) เป็นงวดๆ เช่น เริ่มออมตั้งแต่ อายุ 45-59 แล้วพอหลัง 60 จะได้เงินเป็นงวดๆ ทยอยจ่ายกลับมา
ข้อแตกต่างที่เรามักเจอ ในแต่ละแผนมีอะไรบ้าง
ปกติประกันบำนาญจะจ่ายเงินให้เราทุกต้นปีที่ทำสัญญา นึกภาพ ถ้าเราไม่มีรายได้แล้ว หลักการคือ จ่ายเงินออกมาให้เรามีใช้เลย ไม่ได้รอจนสิ้นปี เพื่อให้เราเอาเงินมาจับจ่ายใช้สอยตั้งแต่ต้น ส่วนการรับเงินงวดรายเดือน ไม่ได้ให้เราตู้มเดียวต้นปี ก็เสมือนว่า ประกันทยอยผ่อนจ่ายเรา และนั่นคือการให้เงินให้ทำงานต่อ เลือกรับเงินงวดแบบรายเดือน ผลตอบแทนจึงเยอะกว่านั่นเอง
- 🔸แผน A คุ้มครองชีวิตก่อนรับบำนาญ 200% ของทุน
- 🔸แผน B คุ้มครองชีวิตก่อนรับบำนาญ 100% ของทุน
ด้วยความที่ค่าใช้จ่ายของตัวประกัน จะมี COI (cost of insurance) และอื่นๆ ยิ่งแผนที่ให้ทุนชีวิตสูง (ตัวอย่างแผน A) ต้องมีการกันเงินไว้สำหรับการันตีการเสียชีวิตมากกว่า Cost of insurance ก็ยิ่งสูงกว่า เพราะฉะนั้น ถ้าเทียบที่ทุนประกันเท่ากัน แผน B จะผลิตเงินงวดให้เยอะกว่า
แต่ถ้าเทียบในแผนเดียวกันเอง เช่น A กับ A หรือ B กับ B แล้ว แน่นอน ยิ่งทุนสูง ยิ่งเก็บเยอะ เงินงวดก็ยิ่งเยอะครับ
- 🔷ถ้าโฟกัสที่ มีเงินใช้หลังเกษียณเยอะที่สุด → เลือกแผนที่ความคุ้มครองชีวิตก่อนรับบำนาญไม่สูงมาก
- 🔷ถ้ากลุ่มที่มีความเสี่ยง เช่น มีลุกเล็ก มีหนี้ ในช่วงก่อนรับบำนาญ: อาจพิจารณาแผนที่ทุนประกันสูงหน่อย เพื่ออุดความเสี่ยง เกิดเราตุยไปตอนนั้น
3️⃣แบบการันตีช่วงการรับบำนาญ เช่น 15 ปี 20 ปี ต่างกันยังไง?
, บางแบบประกัน จะมีการการันตีว่า ถ้าเสียชีวิตก่อน 15 ปี หรืออื่นๆ จะการันตีการ่จ่ายบำนาญไปจนครบ จำนวนปี เช่น ทำประกันบำนาญ ที่เริ่มจ่ายคืนอายุ 60 ยาวไปถึง 99 แต่เสียชีวิตตอนอายุ 70 (รับไปแล้ว 10 ปี ) บริษัทจะการันตี จ่ายเงินส่วนที่เหลือให้ทายาท จนครบมูลค่าปัจจุบันสำหรับ 15ปี ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว
- •💡 ถ้ามีครอบครัว อยากให้ทายาทได้รับต่อ → เลือกแบบการันตี
- •💡 ถ้าต้องการ เงินบำนาญสูงสุด → อาจเลือกแบบไม่มีการันตี
- 🔹ประกันสะสมทรัพย์มักให้ IRR (ผลตอบแทนเฉลี่ย) ต่ำกว่า 1.5-2% ต่อปี
- 🔹แต่ประกันบำนาญสามารถให้ IRR 2-3.5% ต่อปี หรือมากกว่าขึ้นอยู่กับแบบกรมธรรม์
- •💡 ถ้าหวังเงินใช้ระยะยาว และไม่ได้ต้องการเงินก้อนโตเร็วๆ → ประกันบำนาญจะตอบโจทย์กว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มคน 40+ ที่ระยะเวลาการรอกว่าจะได้เงิน ระหว่างซื้อประกันออมทรัพย์ และประกันบำนาญ แทบจะพอๆ กันเลย
หลักการทำงานของผลิตภัณณ์ทางการเงิน ยิ่งออมไว มีเวลาให้เงินทำงาน ผลตอบแทนจะสูงกว่า (เช่น เริ่มเก็บตอน 35 กับคนที่เพิ่งเริ่มเก็บตอน 45 )
การเริ่มไว นอกจากเงินจะเรอ่มทำงานได้ไวกว่าแล้ว ยังทำให้เรามี option มากกว่า ว่าจะส่งเบี้ยสั้น ปีเดียว ส่งระยะสั้น (5-8ปี ) หรือส่งยาวๆ
แต่ถ้าคนเริ่มคิดเรื่องประกันบำนาญ เอาตอนอายุท้ายๆ เช่น 55-56 ทำให้พลาดโอกาสสำหรับเลือกแบบประกัน เพราะตัวเลืิกจะเริ่มน้อยแล้วนะ เช่น อายุ 56 จะซื้อแบบจ่ายเบี้ย 5 ปี ก็ไม่ได้แล้ว หรือ ถ้าต้องการเงินบำนาญที่เยอะยิ่งต้องทุ่มเงินเยอะตาม
- •💡 ถ้าเริ่มทำประกันบำนาญตั้งแต่อายุ 30-40 ปี → เงินบำนาญที่ได้สูงกว่า และเบี้ยถูกกว่า
- •💡 ถ้าเริ่มตอนอายุ 50-55 ปี → เงินบำนาญน้อยกว่า และอาจต้องจ่ายเบี้ยแพงขึ้น และตัวเลือกของแบบประกัน เริ่มจะไม่ค่อยมี
อันนี้หลายคนนน่าจะรู้กันอยู่แล้ว ว่าบำนาญ ใช้สิมได้Max สุด 3 แสนเลย
- 🔸เบี้ยประกันบำนาญสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของรายได้ (แต่ไม่เกิน 200,000 บาท)
- 🔸ถ้าไม่มีประกันชีวืตแบบทั่วไป หรือประกันสุขภาพ ใช้สิทส่วนนั้นได้เพิ่มอีก 1 แสน (เพราะประกันบำนาญ ก็ทำหน้าที่เป็นประกันชีวืตไปด้วย)
📌 เลือกแบบไหนดี -ไม่มีเงื่อนไขตายตัวนะครับ แต่ถ้าสรุปแบบโดยทั่วไปแล้วนั้น
- •✅ อยากได้เงินเยอะสุด → รับเงินรายเดือน / ลดความคุ้มครองชีวิต
- •✅ อยากให้ครอบครัวได้รับต่อ → เลือกแบบการันตี แต่ถ้ามองว่าอายุขัยเฉลี่ย ของเราและครอบครัวยาว แบบไม่การันตีจะคุ้มกว่า
- •✅ อยากลดภาษี → ซื้อประกันบำนาญเพิ่มเพื่อใช้สิทธิ
- •✅ อายุ 45+ ต้องการเงินใช้ยาวๆ มากกว่าได้เงินก้อนเดียวจบ → เน้นประกันบำนาญมากกว่าประกันสะสมทรัพย์
สุดท้ายแล้ว เลือกแผนและผลิตภัณธ์ให้เหมาะกับเป้าหมายชีวิตของตัวเอง แล้วประกันบำนาญจะเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับชีวิตหลังเกษียณครับ 😊
