ใครยังจำราคาข้าวราดแกง หรือก๋วยเตี๋ยว ที่เรากินเมื่อ 20 ปีที่แล้วได้มั้ยครับ
ตอนนี้ ของพวกนั้นแพงขึึ้นมากี่เท่า?
ใครว่าของกินของใช้ ราคาขึ้นโหดแล้ว แต่ เงินเฟ้อทางการแพทย์ขึ้นโหดกว่านั้นเยอะ จากสถิติของ Willis Tower Watson ปี 2567–68 อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์อยู่ที่ 14–15% ต่อปี
ถ้ายังนึกภาพไม่ออกเนี่ย ว่ามันประมาณไหน ลองดูตัวอย่าง ค่ารักษา 1 แสนในวันนี้ → อีก 20 ปีจะกลายเป็น 1.6 ล้านบาท ที่อัตรา 15% ต่อปี
แล้วอีพวกโรคยอดฮิต ว่าถ้าเราป่วยขึ้นมา มันไปขยับไปได้ขนาดไหน?
1. มะเร็ง ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างตามชนิดโรคและการรักษา:
- รังสีรักษา (Radiotherapy):
- •ประมาณ **100,000–200,000 บาทต่อรอบ (แต่ละรอบอาจครอบคลุมคลินิกหนึ่งหลักสูตร)
-เคมีบำบัด (Chemotherapy):
- •ประมาณ 50,000–100,000 บาทต่อรอบ (วงจร)
เฉลี่ยๆ ใช้ประมาณปีละ 6 แสน ถ้าเงินเฟ้อเบาๆ 10% อีก 20 ปี ก็จะกลายเป็น 4 ล้านบาท ถ้ายังเฟ้อโหด แบบปัจจุบัน 15 % ก็จะแตะ 📌 9.8 ล้าน
- ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 25,000 บาทต่อปี สำหรับผู้ป่วยนอก อันนี้ค่อยดูเป็นมิตรหน่อย แต่อยุ่ในเงื่อนไขที่ว่า ไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคไต–หัวใจ นะ ไม่งั้นก็ ค่าใช้จ่ายอาจพุ่งสูงหลายเท่า
ถ้าาเฟ้อ 10% : ค่าใช้จ่ายจะอยุ่ที่ 168,000 / ปี ถ้าเฟ้อโหด แบบไม่ลดละ 15 % , จะกลายเป็น📌 409,163 /ปี
ตัวอย่าง - ผ่าตัดบายพาสหัวใจ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 390,000 – 650,000 บาท - ขยายหลอดเลือดหัวใจ ด้วยบอลลูน/สเตนต์ 130,000–200,000 บาท
เอาเป็นว่าเฉลี่ยผ่าตัดราวๆ 400,000+ บาทต่อครั้ง ตามชนิดการผ่าตัด เฟ้อ 10% : เป็น 2.7 ล้่าน เฟ้อ 15% :พุ่งเป็น 📌6.5 ล้าน
🎗 4.เสริม: ถ้าเป็น “มะเร็ง” แล้วรักษาแบบจัดเต็ม
นอกจากการรักษามาตรฐานปัจจุบันยังมีเทคโนโลยีใหม่ที่แม้มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มาพร้อม ค่ารักษาสูงลิ่ว เช่น:
- •ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy):50,000–300,000 บาท/เดือน - ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy):3–15 ล้านบาทต่อหลักสูตร
💸 เฉพาะกรณีมะเร็งระยะลุกลามที่ใช้การรักษาขั้นสูง
ด้วยเงินเฟ้อระดับนี้ เราอาจต้องเตรียมเงินไว้เผื่อ ราวๆ 13.5 ล้าน (เฟ้อเบา 10% ) หรือ 32 ล้าน (เฟ้อหนัก 15%)
ผมลองจิ้มเครื่องคิดเลขไปก็อึ้งไป แต่สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นจริง กับคนรอบตัวเราเสมอ แค่เราไม่รู้ว่าจะเมื่อไหร่ และข้อมูลนี้ ก็ ไม่ใช่เพื่อความตระหนก แต่เพื่อการป้องกัน ซึ่งเอาจริงๆ มันค่อนข้างตรงไปตรงมาเลยครับ
จะวางแผนเก็บเงินเองก็ได้
จะใช้ประกันมาช่วยรับความเสี่ยงก็ได้
หรือใช้สวัสดิการที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดก็ยังดี
แต่ไม่ว่าแบบไหน อย่ารอให้อนาคตมาเซอร์ไพรส์เราโดยไม่มีแผนรับมือ
Share
