มาดูสิ่งที่แทรกอยู่ในสัญญาประกันสุขภาพกัน โดยเฉพาะคนที่ทำประกันควรจะต้องรู้เอาไว้เลยครับ
มาตรฐานสุขภาพของประกันนั้นมีการพัฒนาและปรับปรุงกันมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เวอร์ชั้นก่อน New health Standard / New health Standard และล่าสุดที่จะมีการใช้ Co payment ในช่วงมีนาคม 68 นี้
ไม่ได้ลงลึกในเรื่อง Health standard ในโพสนี้ แต่จะ Highlight ประเด็นสำคัญก่อนนะครับ
👉1. ยุคก่อน New Health Standard (ก่อน 8 พ.ย. 64)
ถ้าดูตามรูปสัญญา เราจะเห็นว่า มีการเปิดช่องให้บริษัทไม่ต่ออายุกับประกันสุขภาพเรา หรือพูดง่ายๆ เทนั่นเอง
เรามักจะเห้นข้อพิพาทอยู่เรื่อยๆ เวลามีคนมาร้องเรียนว่า ประกันสุขภาพของตัวเองโดนยกเลิก ไม่ให้ต่ออายุกลางทาง โดยเฉพาะบางเคส ที่ยิ่งรุนแรง เพราะดันมาเทเรา ตอนเราเป็นโรคร้ายแรงมาก หรือมีค่าใช้จ่ายสูงๆ ซึ่งตามสัญญา มันมีการเปิดช่องให้บริษัทประกันทำได้ครับ ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่นโนบายการดำเนินธุรกิจของแต่ละที่ ว่าจะใช้สิทนั้นมั้ย
❗ข้อพิพาทส่วนใหญ่ที่เราเห็น จึงมักเป็นประกันรุ่นที่ทำก่อน พย 2564
- 👉2.ยุคหลังปรับ New Health Standard หรือประกันที่ทำหลัง 8 พย 64
มีการจัดกลุ่มหมวดหมู่การค่าใช้จ่ายให้เป็นมาตรฐานมากขึ้น และมาตรฐานใหม่ปรับปรุงให้มีความเป็นธรรมกับผู้เอาประกันมากขึ้น คุ้มครองการเทเราไว้กลางทาง โดยบริษัทประกัน จะบอกเลิกไม่ต่อสัญญาเราได้ ก็ต่อเมื่อ
ถ้าเราทำทุกอย่างคลีนหมด ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนเทกลางทาง บริษัทประกันต้องต่ออายุประกันสุขภาพเราจนครบสัญญา หรือ จนกว่าเราจะเป็นฝ่ายเทซะเอง (บอกเลิก/ไม่ส่งเบี้ย)😃
👉3.ยุค Co payment - ตั้งแต่ มีนา 68
กรมธรรม์ใหม่ที่เริ่มในเดือนมีนาคม 68 เป็นต้นไป จะมีการเพิ่มเงื่อนไข Co-payment หรือ "ส่วนร่วมจ่าย" เข้ามาในสัญญา ผู้เอาประกันต้องจ่ายส่วนหนึ่งของค่ารักษาพยาบาลหากเข้าเงื่อนไขต่อไปนี้
ที่ต้องระวังคือ หากเข้าเงื่อนไข Co-payment แล้ว จะมีผลต่อปีถัดไปทั้งหมด รวมถึงโรคร้ายแรงและการผ่าตัดใหญ่
- ✨และถ้าแพทเทินการเคลมกลับมาเป็นปกติ บริษัทประกันก็สามารถปรับเอา Co payment ออก ในปีถัดไปได้ครับ
- 🎯สรุป
ถ้าเราดูทั้งสามยุคแล้ว ยุคที่เหมือนจะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ทำประกัน ก็เอนเอียงไปทางยุค 2 ช่วงหลัง พย 64 และก่อน มีนา 68 นี้ครับ เพราะหลังจากนี้ ทุกฉบับ ทุกค่าย ก็จะมีเงื่อนไข co payment แนบเข้ามา
Share
