ผ่านช่วงการประกาศใช้ Co-Payment ไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม 68 ที่ผ่านมา หลายคนอาจจะเริ่มชินกับแนวคิดนี้แล้ว แต่ก็ยังมีหลายคนที่สงสัยอยู่ว่า ยังมีประกันสุขภาพแบบไหนบ้าง ที่ไม่มี Co-Payment บ้างนะ?
ขอไม่ท้าวความรายละเอียดเรื่อง Co payment นะครับ คิดว่ามีข้อมูลอยู่ค่อนข้างเยอะแล้ว )😊
- 👉Co-Payment จะบังคับใช้กับสัญญาประกันสุขภาพที่อยู่ใน 13 หมวดหลัก ตามที่ คปภ. กำหนด (เช่น ค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่าแพทย์ -ตามรูปที่ 2)
และทำให้ประกันสุขภาพบางประเภทที่ไม่เข้าเกณฑ์ 13 หมวดหลัก ทำให้ไม่ต้องร่วมจ่ายค่ารักษา ซึ่งได้แก่
ประกันสุขภาพ OPD (Outpatient Department) เช่น การพบแพทย์ทั่วไป การตรวจรักษาเบื้องต้น และการใช้ยา
💡ไม่เข้าเงื่อนไขเพราะ
- ✔️OPD ไม่ใช่การรักษาในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) ซึ่งเป็นจุดโฟกัสหลักของกฎ Co-Payment
- ✔️OPD มักเป็นการรักษาระยะสั้น ไม่มีค่ารักษาจำนวนมาก
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident) ให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต
💡ไม่เข้าเงื่อนไขเพราะ
- ✔️PA เน้นความคุ้มครองจากอุบัติเหตุโดยเฉพาะ ไม่ใช่ค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย
- ✔️ค่ารักษาส่วนใหญ่เป็นค่าฉุกเฉิน
ตัวอย่างเช่น:
- ✅สัญญาค่าชดเชยรายวัน: คุ้มครองเมื่อพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตามจำนวนวันที่กำหนด เช่น นอนโรงพยาบาล ได้เงินชดเชยวันละ XXX บาท
- ✅ประกันโรคร้ายแรงบางประเภท: เช่น ค่าชดเชยเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง
- ✅สัญญาอื่นๆ เช่น : เช่น การดูแลโรคมะเร็งและไตวายเรื้อรังทุกระยะ
💡เหตุผลที่ไม่ติด Co-Payment
- ✔️Rider หรือสัญญาเพิ่มเติมไม่ใช่แผนประกันสุขภาพหลัก
- ✔️บางสัญญาแนบ เป็นการการจ่ายค่าชดเชยเป็นเงินก้อน ไม่ใช่การเบิกค่ารักษาพยาบาลโดยตรง ซึ่งก็จะไม่ใช่ Concept ของ Co payment ที่เอามาใช้จัดการเงินเฟ้อของการรักษา
มีประกันสุขภาพที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ให้ความคุ้มครองสูง หรือคุ้มครองหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Expat เช่น แผนสุขภาพพรีเมียม หรือประกันสุขภาพที่ออกโดยบริษัทต่างชาติ (ไม่ได้จดทะเบียนในไทย) โดยกรมธรรม์ออกจากต่างประเทศ มีความคุ้มครองครอบคลุมทั่วโลก หรือบางทวีป/บางประเทศ
จุดเด่นของแผนพวกนี้คือ เป็นการออกแบบเพื่อกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครองสูงสุด อย่างไรก็ตาม แผนเหล่านี้มักใช้รูปแบบการ เคลมย้อนหลัง (Reimbursement) ไม่ได้ตัดวงเงินตรงกับโรงพยาบาลแบบประกันที่จดทะเบียนในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น AIG/ ING Group
💡เหตุผลที่ไม่ติด Co-Payment:
- ✔️เน้นความสะดวกในการรับการรักษาทั่วโลก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจ่ายร่วม
- ✔️ปรับให้เข้ากับมาตรฐานประกันสุขภาพบางประเทศไม่มีนโยบาย Co-Payment (แต่บางแผนอาจจะมีความรับผิดส่วนแรกด้วยนะ ขึ้นอยู่กับข้อตกลง)
ประกันสุขภาพกลุ่ม ที่เป็นสัญญาระหว่างบริษัท หน่วยงาน ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อกำหนด Co-Payment
💡เหตุผลที่ไม่ติด Co-Payment:
- ✔️ประกันกลุ่มที่นายจ้างจัดให้ ไม่ได้เป็นประกันสุขภาพส่วนบุคคล ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ตกลง แต่ละองกร
📌สรุป : ทำไมบางประกันไม่ต้องร่วมจ่าย?
- ✔️ไม่ได้อยู่ใน 13 หมวดหลัก ที่ คปภ. กำหนด
- ✔️ประกันบางประเภทเป็นการคุ้มครองเฉพาะเหตุ เช่น อุบัติเหตุหรือโรคร้ายแรง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลปกติ
- ✔️ประกันแบบ Rider หรือสัญญาเพิ่มเติม มีเงื่อนไขเฉพาะที่ไม่เข้าข่าย Co-Payment
การทำประกันสุขภาพ ไม่ได้มีแค่แบบเดียวหรือข้อกำหนดตายตัว การเลือกแผนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของตัวเอง และเข้าใจเงื่อนไขในแบบที่เราทำ สำคัญที่สุดครับ
Share
