ปฏิเสธตรงๆ ดีกว่ารับปากลอยๆ อย่างไร?

A: ในมุมที่เป็นมาแล้วทั้งคนซื้อและคนขาย — ผมว่าความจริงใจ knock everything ครับ

ถ้าสิ่งที่เค้ามานำเสนอ ยังไม่ตอบโจทย์ /เรายังไม่มีเวลา ตอบปฏิเสธตรงๆ ไปเล้ยยย จบ ไม่ต้องแต่งคำพูด แบบนี้ไม่เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย เพราะสิ่งที่ทำร้ายความสัมพันธ์จริงๆ ไม่ใช่คำปฏิเสธ แต่คือการรับปากลอยๆ แล้วหายไป หรืออ่านไม่ตอบ — เพื่อนสนิทหรือญาติที่รู้จักเราจริง เขาเข้าใจอยู่แล้วครับ

ที่หนักกว่านั้นคือซื้อเพราะเกรงใจ แล้วมาทิ้งกรมธรรม์กลางทาง อันนั้นเจ็บทั้งคู่: เราเสียเงิน คนขายเสียสถิติความต่อเนื่อง (ตัวเลขที่วงการใช้วัดกันว่าใครขายแบบมืออาชีพ)

แต่ถ้าจะดีมากๆ ลองกลั้นใจฟังเค้าซัก 5-10 นาที สิ่งนั้นมันอาจจะตอบโจทย์ หรือช่วยเปิดแนวคิดบางอย่างกับเราก็ได้นะ (ไม่ต้องซื้อเสมอไป)

ฝั่งคนขาย ถ้าโดนปฏิเสธแล้วงอน อันนั้นบอกอะไรบางอย่างอยู่แล้วครับ เพราะมืออาชีพจริงเขาจะเฉยๆ กับคำปฏิเสธ จังหวะชีวิตและความต้องการของแต่ละคน มันไม่ได้มาพร้อมกันตลอด

/// การปฏิเสธตรงๆ คือความเมตตาต่อคนขายมากกว่าการ Fade หายไปเลย และความสัมพันธ์ที่พังเพราะคำว่า "ไม่ซื้อ" คำเดียว อาจไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ต้องรักษาตั้งแต่แรกก็ได้

คำถามที่พบบ่อย

เพื่อนหรือญาติมาขายประกัน ควรปฏิเสธอย่างไร?
ถ้าสิ่งที่เขามานำเสนอยังไม่ตอบโจทย์ หรือเรายังไม่มีเวลา ให้ตอบปฏิเสธตรงๆ ไปเลย ไม่ต้องแต่งคำพูด แบบนี้ไม่เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย เพราะสิ่งที่ทำร้ายความสัมพันธ์จริงๆ ไม่ใช่คำปฏิเสธ แต่คือการรับปากลอยๆ แล้วหายไป หรืออ่านไม่ตอบ
ซื้อประกันเพราะเกรงใจ จะเกิดผลเสียอย่างไร?
ที่หนักคือซื้อเพราะเกรงใจ แล้วมาทิ้งกรมธรรม์กลางทาง อันนั้นเจ็บทั้งคู่ เราเสียเงิน คนขายเสียสถิติความต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตัวเลขที่วงการใช้วัดกันว่าใครขายแบบมืออาชีพ
ควรให้เวลาฟังคนขายประกันไหม แม้ยังไม่คิดจะซื้อ?
ถ้าจะดีมากๆ ลองกลั้นใจฟังเขาสัก 5-10 นาที สิ่งนั้นอาจตอบโจทย์ หรือช่วยเปิดแนวคิดบางอย่างกับเราก็ได้ โดยไม่ต้องซื้อเสมอไป
ถ้าตัวแทนประกันงอนเมื่อถูกปฏิเสธ บอกอะไรได้บ้าง?
ถ้าโดนปฏิเสธแล้วงอน อันนั้นบอกอะไรบางอย่างอยู่แล้ว เพราะมืออาชีพจริงเขาจะเฉยๆ กับคำปฏิเสธ จังหวะชีวิตและความต้องการของแต่ละคนไม่ได้มาพร้อมกันตลอด