ช่วงนี้เวลาคุยกับเพื่อนวัยทำงาน มักจะมีคนบ่นเสมอว่าตลาดแรงงานกำลังแย่

(ใครลองเปิด Linkedin ดูดิ สัดส่วน Open to job มันเยอะขึ้นกว่า ปีที่แล้วเอาเรื่องอยู่)

เอาจริงๆ ในมุมของคนที่อยู่ทั้งฝั่ง หาคน และ เลือกคนที่เหมาะกับงาน ... ตลาดแรงงานไม่ได้แย่ลงสำหรับ ทุกคน นะ แต่มันกำลังแหกออกเป็นสองทาง

ตัวเลขตลาดแรงงานช่วงต้นปี 2569 เป็นอย่างไร?

ตัวเลขช่วงต้นปี 2026 ชัดเจนมากๆ

หดตัวครั้งแรกใน 6 ปีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนไทย
45,000+ คนวงการ Tech ทั่วโลกปลดคนไปแล้ว
~40,000 ตำแหน่งในนั้นบริษัทให้เหตุผลว่าปรับเอา AI มาใช้

ปรากฏการณ์ตัว K (K-Shape) คืออะไร?

ลองนึกภาพคนทำงานทุกคนยืนอยู่ที่จุดสตาร์ทเดียวกันก่อน AI จะเข้ามา แล้วจู่ๆ เส้นทางก็แตกออกเป็นสองสาย ขาชี้ขึ้นคือกลุ่มที่ทำงานร่วมกับ AI ได้และค่าตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนขาชี้ลง... คือกลุ่มที่กำลังโดนเทคโนโลยีบีบให้หลุดจากลู่วิ่ง

นักเศรษฐศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า K-Shape

ทำไมบริษัทมักใช้ AI เป็นข้ออ้างลดต้นทุน?

หลายครั้งที่คนโดนปลด ไม่ใช่เพราะ AI มันทำงานได้เก่งกว่ามนุษย์เสมอไปนะ

แต่มันเป็นเครื่องมือที่เอาไว้อธิบายคำว่า Cost-cutting ที่ฟังแล้วดูสวยกว่าการบอกตรงๆ ว่า "เราจ่ายเงินเดือนไม่ไหวแล้ว" หรือ "คนๆ นี้เริ่มไม่คุ้มแล้ว"

ทำไม Reskilling ไม่ใช่ทางรอดของทุกคน?

เราเคยมองว่าการ Reskilling คือทางรอดของทุกคนที่อยู่ขาล่างของตัว K

แต่ความจริงคือ... "บางคนก็ Reskill ไม่ทันจังหวะที่ตลาดเปลี่ยน" ไม่ว่าจะด้วยทักษะ หรือแรงจูงใจ และบริษัทก็ไม่มีเวลามากพอที่จะรอ

วันนี้เราอยู่ขาไหนของตัว K?

เทคโนโลยีตัวเดียวกัน จุดเริ่มต้นเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ทำให้คนนึงมูลค่าพุ่งปรี๊ด และอีกคนถูกคัดทิ้ง... นี่ไม่ใช่ความบกพร่องของระบบ แต่มันคือ Pattern ของโลกทุนนิยม

คำถามที่ค้างอยู่ อาจไม่ใช่ว่า AI จะมาแย่งงานเรามั้ย แต่คือวันนี้เราอยู่ขาไหนของตัว K และตอนนี้รู้ตัวยัง?