วันนี้มีเคสจากประสบการณ์ของเพื่อนแอด มาเล่าให้ฟังครับ
คุณปอย เพื่อนแอด เอาเคสนี้มาบ่น และปรึกษา ที่เสียดายก็คือ แอดมารู้เอาตอนที่ปัญหามันเกิดขึ้นแล้ว
คุณปอยได้มีการทำประกันสะสมทรัพย์ (แผน A) ไว้กับบริษัทนึง ต่อมามีตัวแทนจากบริษัทเดียวกันติดต่อมาพร้อมกับข้อเสนอตัวใหม่ (แผน B) ที่ดูเหมือนจะดีกว่า และบอกคุณปอยว่า ไอ้แผน A ที่เคยส่งไปมาแล้วเนี่ยเดี๋ยวจะสามารถ convert มาแผน B ได้เลยนะ (ถึงตรงนี้ แอดก็เริ่ม เอ๊ะ ดังๆ มันจะโอนไปได้เลยยังไงวะ ประกันคนละแผน ความเสี่ยงคนละแบบ)
ช่วงนั้นคุณปอยติดธุระยุ่งอยุ่หลายอย่าง ไม่ได้ใช้เวลาในการดูรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน
ในที่สุด ตัวแทนก็ให้คุณปอยทำประกันเล่มใหม่ แผน B เงื่อนไขใหม่ทั้งหมด รวมทั้งชำระเบี้ยประกันใหม่ (ไม่ได้โอนย้ายไปจากแผนเดิม แหงล่ะ ทำไม่ได้) ซึ่งตัวแทนบอก เดี๋ยวทางบริษัท จะจัดการเรื่องคืนเงินให้
หลังจากจัดการการกับประกันเล่มที่ 2 จบแล้ว เรื่องมันเรื่องแดงตรงที่ว่า …………
- •คุณปอยได้รับ SMS ว่าประกันเล่มเก่าแผน A ไม่ได้มีการชำระเงินเข้ามานะ ถ้าไม่จ่าย บริษัทประกัน จะใช้วิธีกู้กรมธรรมอัตโนมัติ (มูลค่ากรมธรรม์ที่จ่ายมาก่อน มาชำระเบี้ยที่ค้าง)
- •คุณปอย : อ้าวเฮ้ย ไหนตัวแทนบอกว่าเป็นแผนที่สลับกันไปมาได้ไง มันไม่ได้โอนไปแผน B เลยหรอ? แล้วผลประโยชน์ที่จะได้หลังจบสัญญาจะเป็นยังไงบ้างล่ะ ?
- •พอแอดมานั่งดูรายละเอียดทีหลังจากเกิดเหตุ ประกันตัวแรกที่ทำ (แผน A) คือประกันสะสมทรัพย์ และประกันตัวใหม่ แผน B เป็นประกันชีวิตตลอดชีพ ซึ่งเอาจริงๆ แทบเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะสวิชไปมา แบบไม่มีส่วนต่าง มันเป็นการทำสัญญาฉบับใหม่ชัดๆ
- •ตัวแทนประกันให้เหตุผลว่า แผน B ก็เป็นการออมเงินเหมือนกัน ตอนอายุมากขึ้น สามารถเอาเงินคืนได้
- •การเอาเงินคืนในอนาคต สำหรับประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ก็คือการเวนคืนกรมธรรม์นั่นเอง เป็นสิทที่สามารถทำได้ แต่ผลประโยชน์ มันก็จะไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ุ.
- •ส่วนความรับผิดชอบในส่วนต่างผลประโยชน์ของทั้งสองแบบ ตัวแทนสัญญา ว่าจะผ่อนจ่ายส่วนต่างคืนให้คุณปอย จำนวน 6 งวด (เอ๊ะอีกรอบ เพราะถ้าโอนย้ายได้จริง มันต้องเป็นการโอนคืนจากบริษัท ที่โปร่งใสชัดเจน อันนี้เป็นการรับผิดชอบเองของตัวแทน ที่ให้ข้อมูลไม่ตรง)
- •จนผ่านมาประมาณ 7 เดือน คุณปอยยังได้เงินคืนไม่ครบจากส่วนต่างแผน A จึงได้เอาเคสนี้มาปรึกษาแอด (ช้าไปหน่อยแว้ว)
- •ตัวแทนสัญญาจะผ่อนชำระ เป็นเวลา 6 งวด เอาเข้าจริง ก็ Skip มาสองงวด กว่าจะได้เงินครบ จาก 6 เดือน เป็น 8 เดือนกว่า เสียเวลาทวง เสียสุขภาพจิต
- •แผน B ที่ทำใหม่ ไม่ได้ตรงตามโจทย์ชีวิตของคุณปอย คุณปอยไม่มีทายาท ไม่ได้ต้องการความคุ้มครองชีวิตที่สูง อยากได้ที่เก็บเงินแบบเซพๆ ประกันออมทรัพย์ที่ทำอยู่ก่อนหน้านี้ เลยตอบโจทย์กว่า หรืออาจจะพิจารณาประกันบำนาญ / ประกันควบการลงทุน ที่การใช้งานจะยืดหยุ่นกว่า
- •จากประสบการณ์ที่ไม่ดีนี้ คุณปอยตัดสินใจปล่อยทิ้งกรมธรรมธ์แผน B ไม่จ่ายเบี้ยต่อ เพราะ คือ 1) รู้สึกว่าประกันมันไม่ได้ตอบโจทย์แต่แรก 2) ไม่รู้สึกไว้ใจและอยากไม่สนับสนุนตัวแทนคนนี้แล้ว เสมือนจ่ายเบี้ยทิ้งฟรีๆ 1 งวด
- •แอดมารู้เหตุการณ์เอาตอนท้ายๆ แล้ว ตอนแรกดูว่าจะแนะนำให้ให้ใช้สิทการขยายเวลา หรือใช้เงินสำเร็จ แต่คุณปอยเพิ่งส่งเบี้ยแผน B มาได้เพียงงวดเดียว ยังไม่สามารถใช้สิท และกรมธรรม์ยังไม่มีมูลค่าเงินสด
- •สิ่งที่คุณปอย Fail มากกว่าการเสียเงินจ่ายเบี้ย คือการตามทวงเงินตัวแทน ที่ทั้งเลท ทั้งผัดผ่อน ติดต่อไม่ได้ อันนี้คือเสียสุขภาพจิตขั้นสุด
เรามาวิเคราะห์กันครับ ต้นเหตุของปัญหามาจากอะไรบ้าง❓
เรื่องทั้งหมดถึงแม้ตัวแทนจะผิดแบบชัดเจน แต่เราก็สามารถป้องกันได้อีก Steps โดยการทำความเข้าใจในสัญญา และรายละเอียดของกรมธรรมธ์ เพราะสุดท้ายแล้ว มันก็คือเงินของเรา ความเสี่ยงของเรา
ถ้าพวกเราเจอเหตุการณ์นี้แบบคุณปอย ฝึกเอ๊ะ กันไว้ในหลายๆ จุดเลยนะครับ หรือลองคิดว่า ถ้าเราเจอเหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้ เราจะแก้เกมได้ยังไงบ้าง?
- •--
- 👉👉ในกรณีที่พลาดทำประกันไปแล้วในช่วงแรก แล้วพบว่าเงื่อนไขไม่ได้ตอบโจทย์เราจริงๆ ควรใช้สิทธิ์ยกเลิกกรมธรรม์ในช่วง Cooling-Off Period (ระยะเวลา 15 วันแรกหลังจากรับกรมธรรม์)
สุดท้าย…"อย่าไว้ใจตัวแทนประกัน รวมทั้งตัวผมด้วย" แต่เชื่อมั่นในความเข้าใจของคุณเองครับ 😊
