ในวันที่บ้านเมือง สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ดูจะไม่แน่นอนไปเสียทุกอย่าง สิ่งเดียวที่ช่วยให้เรารู้สึก มั่นคงขึ้นมาบ้าง คือการรู้ว่า อย่างน้อย เรายังมีเงินใช้แน่ ๆ โดยเฉพาะช่วงที่ไม่ได้มีรายได้แล้ว หลังเกษียณ อย่างน้อยเราก็รอดวะ
เพราะแม้แต่ดอกเบี้ยพันธบัตร หรือสินทรัพย์ที่เคยเรียกว่า ปลอดภัย ก็ลดลงเรื่อย ๆ ใครที่เคยดู Yield Curve ย้อนหลัง 15-20 ปี คงเห็นภาพชัด ว่ามันลดลง ลดลง ทุกปี
ถ้าใครได้ลองเปรียบเทียบในตลาด Annuity หรือประกันบำนาญจริงๆ ในไทยเนี่ย ผลตอบแทน IRR 2.5% ขึ้นคือค่อนข้างโอเคมากๆ แต่ก็ยังมีอีกแผนนึง IRR แผนนี้คือ 3.2-3.9 % (ขึ้นอยู่เพศ /อายุที่ทำ) ซึ่งเป็นผลตอบแทนแบบการันตี ที่สูงมาก ในสินค้าประกันบำนาญ แต่แล้ว มันกำลังจะปิดขายภายในสิ้นเดือนนี้
ผมกล้าแนะนำแบบเต็มปาก เพราะก็เป็นหนึ่งในคนที่ซื้อสำหรับตัวเองมาก่อน และผ่านการเปรียบเทียบมาหลานแผน ด้วยความที่ บริษัทประกันที่จะการันตีการจ่ายเงินในระดับนั้น ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และข้อกำหนดทางการลงทุน ที่สินค้าประกันจะลงได้ (เสี่ยงต่ำ) เลยกลายเป็นสิ่งท้าทาย และทำให้ แบบนี้จำเป็นต้องปิดลง
แน่นอน หลายคนมักจะเปรียบเทียบกับการลงทุนแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น กองทุน หุ้น ETF หุ้นกู้ ประกันเนี่ย ผลตอบแทน 2-3% น้อยมากๆ ไปลงอย่างอื่น ได้ 5-10% มั้ย
อย่าลืมสินค้าทางการเงินแต่ละชนิด ก็มีความผันผวน และความเสี่ยงต่างกัน ช่วงเราแก่ หารายได้ยากขึ้น หุ้นดิ่ง อารมณ์เดียวกับช่วงนี้ ตัวแถงเถือก ความดันขึ้นอีก แล้วจะเอาแรงที่ไหนมาหาเงิน /พันธบัตร Default ไม่จ่ายเงิน / เก็บค่าเช่า ไม่ได้ จะเอาเงินที่ไหนซื้อข้าวกิน ในวัยนั้น จะรอแต่เงินชราภาพ 600-800 ต่อเดือนจากรัฐบาลก็คงไม่ใช่
การมีสินค้าประกันเป็นส่วนหนึ่งของ Port เพราะต้องการความชัวร์ ว่ายังไง เงินก็เข้า เป็นการเลือกความแน่นอนแบบผลตอบแทน 3% ปลายๆ แล้วเงินเข้าชัวร์ เทียบกับลุ้น หรือ 8-10% แล้วมานั่งเครียด นั่งซึมตอนตลาดแดง ติดลบ 15% ไม่กล้าขาย ไม่กล้า Cut loss
และไม่จำเป็นต้องลงกับประกันทั้งหมด แต่เพื่อบางส่วน สำหรับครอบคลุม ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตเงินเหลือก็เอาไปลงทุน ให้งอกเงยต่อครับ
📌ยังมีโอกาสถึงสิ้นเดือน มิ.ย นี้นะ ถ้าใครยังสนใจ ลดภาษีได้เต็มไปเลย 2 แสนด้วย
สนใจดูเบี้ยตัวอย่าง ในคอมเมนต์ แยกชายหญิง หรือทักมาสอบถามได้ครับ โค้งสุดท้าย สำหรับผลตอบแทนระดับนี้แล้ว
