สิ่งที่น่ากลัวที่สุดหลังเกษียณ ไม่ใช่การไม่มีเงินก้อนครับ
แต่คือการที่เรามีรายได้ เท่าเดิม ในวันที่อนาคตข้าวของแพงขึ้นทุกปี ก๋วยเตี๋ยวข้างทางอาจขึ้นไปที่ 150 บาท
ทำไมเงินเฟ้อถึงเป็นศัตรูตัวจริงของการวางแผนเกษียณ?
ถ้าวันนี้อายุ 60 เตรียมเงินไว้ใช้เดือนละ 20,000 บาท มันอาจพอกินพอใช้แบบสบายๆ
แต่ลองนึกภาพตอนอายุ 85... อีก 25 ปีข้างหน้า ถ้าเรายังได้แค่ 20,000 บาทเท่าเดิม เงินก้อนนั้นจะมีอำนาจซื้อเหลือเท่าไหร่?
เงิน 20,000 บาทวันนี้ → มีอำนาจซื้อเทียบเท่า ~9,700 บาท ในอีก 25 ปี
นั่นคือ กำลังซื้อหายไปกว่า 50% โดยที่เราไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเลย
เงิน 20,000 บาทต่อเดือนวันนี้ จะซื้ออะไรได้บ้างในอีก 25 ปี?
ก๋วยเตี๋ยวชามที่ตอนนี้ 60 บาท อาจขึ้นไปที่ 100–150 บาท ค่ารักษาพยาบาล ค่าสาธารณูปโภค ค่าดำรงชีพ ล้วนแพงขึ้นทุกปีตามกัน
แต่ถ้ารายได้บำนาญของเรายังอยู่ที่ 20,000 บาทเหมือนวันแรกที่เกษียณ นั่นหมายความว่าทุกปีที่ผ่านไป เราต้อง "ลดมาตรฐานชีวิต" ลงเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว
โจทย์ของการวางแผนเกษียณที่ดีจึงไม่ใช่แค่ "มีรายได้หลังเกษียณ" แต่ต้องเป็น "รายได้ที่ไม่ถูกเงินเฟ้อกินทิ้ง"
แผนบำนาญแบบ "ขยับตามวัย" คืออะไร และแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร?
แผนบำนาญที่ผมหยิบมาฝากวันนี้ ดีไซน์มาเพื่อแก้โจทย์เงินเฟ้อโดยเฉพาะ
เป็นแผนบำนาญสไตล์ "เงินขยับตามวัย" ที่จ่ายเพิ่มให้ทุก 5 ปี แทนที่จะจ่ายเท่าเดิมตลอดชีพ
STEP-UP PENSION STRUCTURE
20,000 บาท/เดือน — เริ่มต้นชีวิตเกษียณ
24,000 บาท/เดือน — ขยับขึ้น 20%
28,000 บาท/เดือน — รองรับค่าสุขภาพที่เพิ่มขึ้น
32,000 บาท/เดือน
36,000 บาท/เดือน
40,000 บาท/เดือน — สูงสุด เป็น 2 เท่าของวันแรก
รวมรับบำนาญตลอดชีพ ~10.4 ล้านบาท
ใครที่ควรพิจารณาแผนบำนาญแบบ Step-Up มากที่สุด?
คนที่ กังวลว่าเงินเกษียณจะไม่พอ ในช่วงท้ายของชีวิตที่ค่าใช้จ่ายสูงกว่า
คนที่ต้องการ ลดหย่อนภาษีเพิ่ม โดยไม่อยากรอผลตรวจสุขภาพ
ผู้บริหารหรือมนุษย์เงินเดือนรายได้สูงที่อยากรักษา Lifestyle หลังเกษียณ ไม่ให้ด้อยลง
คนที่ต้องการ รายได้แน่นอนตลอดชีพ โดยไม่ต้องบริหารพอร์ตหลังเกษียณเอง