คำถามนี้ฟังดูเหมือนหาเรื่อง แต่เคสนี้อาจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับบ้านไหนก็ได้
เคสจริง: เงิน 1 ล้าน สุดท้ายตกเป็นของใคร
ผู้ชายคนหนึ่งทำประกันชีวิตทุน 1 ล้านบาทตอนยังโสด ระบุพ่อแม่เป็นผู้รับประโยชน์
ต่อมาเขาแต่งงาน มีลูก ก่อนเสียชีวิตเขาทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมด รวมทั้งเงินประกัน 1 ล้านนั้น ให้ลูกของเขา
ภรรยาไปขอรับเงินในฐานะผู้จัดการมรดก แต่บริษัทจ่ายให้พ่อแม่ไปเรียบร้อยแล้ว
เหตุผลคือกฎหมายให้ทำพินัยกรรมได้เฉพาะทรัพย์สินของตัวเอง แต่เงินประกันชีวิตเป็นเงินที่เกิดขึ้นหลังจากคนคนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว จึงไม่ถือเป็นมรดก และเป็นเงินที่ผูกกับสัญญาที่ระบุตัวผู้รับไว้ตั้งแต่วันทำกรมธรรม์
เงินหนึ่งล้านตกเป็นของพ่อแม่ ตามชื่อในกรมธรรม์ ตามกระบวนการที่ถูกต้อง
เปลี่ยนผู้รับประโยชน์ ทำได้ทางเดียว
คือแจ้งบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร เท่านั้น
พินัยกรรมที่ร่างมาสวยแค่ไหน ทับชื่อในกรมธรรม์ไม่ได้
อีกกับดักนึงที่หนักกว่า
.....ถ้าคนที่เราระบุชื่อไว้ เสียชีวิตไปก่อนเรา และเราไม่เคยแจ้งเปลี่ยน กฎหมายถือว่าไม่มีผู้รับประโยชน์ เงินก้อนนั้นตกเข้าสู่สู่กองมรดก และเจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องเรียกจากกองมรดกได้
ทุนประกันที่ตั้งใจไว้ให้ครอบครัว อาจกลายเป็นเงินใช้หนี้ทันที
เมื่อไหร่ที่สมการชีวิตและความสัมพันธ์เปลี่ยน อย่าลืม อัพเดทชื่อผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ของเรานะครับ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 897 — สิทธิของผู้รับประโยชน์ในสัญญาประกันชีวิต
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) — เงินประกันชีวิตไม่ใช่มรดก
- คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ — ผู้รับผลประโยชน์ในสัญญาประกันชีวิตกับภาระหนี้สินของผู้ตาย
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการทำความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย กรณีของแต่ละครอบครัวมีรายละเอียดต่างกัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายประกอบ