ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ผมเจอลูกค้าหลายครอบครัว ที่วางแผนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องเก็บออม ลงทุน เกษียณ ไว้หมด แต่ก็มีอีกเรื่อง ที่หลายคนมักละเลยนั่นคือ การวางแผนส่งต่อทรัพย์สิน
ทรัพย์สินที่เรามี ไม่ว่าจะเป็น บ้าน เงินเก็บ หุ้น หรือมรดกอื่นๆ แต่ไม่ได้เตรียมไว้ว่าใครจะเป็นเจ้าของต่อและ จะส่งต่ออย่างไรถึงจะเหมาะสม
ปัญหาที่ตามมา มันก็อาจจะมีทั้งเรื่องเงินและความสัมพันธ์เลยครับ
- 📍ลูกหลานอาจทะเลาะกันเรื่องการแบ่งทรัพย์
- 📍คนที่ตั้งใจจะให้ กลับไม่ได้รับ
- 📍ทรัพย์บางส่วนต้องรอการพิสูจน์ทายาทอยู่นานเป็นปี
- 📍ภาษีที่ควรวางแผนล่วงหน้า กลับต้องจ่ายเต็มเพราะไม่มีการจัดการ
ยกตัวอย่าง บางเหตุการณ์นะครับ
ลูกค้าท่านหนึ่งมีลูก 3 คน และบ้านหลังเดียวที่แม่ตั้งใจให้ ลูกคนเล็ก ได้อยู่ต่อดูแล แต่ไม่ได้ทำพินัยกรรม ไม่มีเอกสารยืนยันเจตนา วันที่คุณแม่จากไป ลูกอีก 2 คนยืนยันจะขายบ้านแล้วแบ่งเงินกัน
เรียกว่า ลูกแต่ละคน และแม่ที่เสียชีวิตมี Agenda กันคนละแบบ สุดท้ายบ้านหลังเดิมที่แม่อยากให้ลูกคนเล็กได้อยู่ ต้องถูกขายทิ้ง
หรือ บางครั้งลูกหลานต้อง ขายทรัพย์สินส่วนตัวอย่างอย่าง ไปกู้เงิน เพื่อจ่ายภาษีรับโอนที่ดิน ไม่รู้ควรดีใจ หรือเสียใจดี ทั้งที่เจ้าของเดิมตั้งใจให้เป็นมรดก ไม่ใช่ภาระไม่ได้หมายความว่า ครอบครัวนี้ ยากจน หรือไม่มีเงินนะครับ
แต่มันคือการไม่ได้วางแผน ไว้ล่วงหน้า และ เคสพวกนี้ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นบทเรียนของผมเองว่า การวางแผนมรดกไม่ใช่เรื่องของเศรษฐีอย่างเดียว แต่คือการวางแผนที่เป็นระบบ เพื่อให้คนที่เรารักไม่ต้องรับภาระ แทนความตั้งใจของเรา
Share
